Buddha84 ประทานโอวาทพระอานนท์
Buddha-84 ประทานโอวาทพระอานนท์
1.ทรงตรัสว่าอานนท์เอ๋ย อย่าเลยอย่าเศร้า
อย่าโศรกซึมเซาอย่าเฝ้าอาลัยให้หา จนน้ำตานองหน้าอยู่ทำไม
เราเคยสอนธรรมย้ำมาก่อนใช่ไหม ว่าบุคคลต้องพลัดพรากจากไป
จากสิ่งที่รักพอใจจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
2.อันสรรพสิ่งจริงดั่งที่เห็น ไม่เว้นทุกผู้ เกิดแล้วตั้งอยู่
พอตั้งอยู่แล้วดับไปเธอนั้นจงครวญใคร่ไว้ประจำ เกิดแล้วต้องตายไปทุกรูปทุกนาม
เป็นใครจากไหนก็ตามเมื่อถึงยามย่อมมีความเสมอกัน
3.อีกไม่นานหรอกอานนท์เอ๋ย
ธรรมจะเผยมาใกล้ให้เธอซึ้งใจทั่วในฤทัยชื่นเย็น เธอนั้นจะได้เป็นพระอรหันต์ เพราะเธอสั่งสมบุญไว้มากอนันต์
อย่าเสียใจวิโยคโศกศัลย์อีกไม่นานได้อรหันต์แน่หนออานนท์
4.ทรงสรรเสริญพระอานนท์นั้นเป็นเอนกปริยายในท่ามกลางหมู่สงฆ์เรียงรายที่มาเฝ้าพระทศพล
ณ มรรจาอาสนิพพานมณฑลกันอย่างท่วมท้นมากมายตรัสว่าพระอานนท์เป็นบุคคลรู้นอกในอันหายากมิใช่จะหาได้ง่ายดายนักท่านทั้งหลายย่อมประจักษ์อย่างดี
พระพุทธในอดีตก็ดีทั้งปัจจุบันอนาคตมีทวี ณ เพิ่มพูนไปหาใครไม่เกินกว่านี้ พุทธอุปฐากหลายหลากที่มีทั้งหมดทั้งมวลถ้วนทั้งธาตรีก็มิมีได้เกินอานนท์
ที่คอยเคียงใกล้พระทศพลกาลใดอานนท์ย่อมรู้เหตุผลว่าควรให้ใครต่อใครไหนควรเข้าเฝ้าอย่างไรทั้งเทพกษัตริย์ใดทั้งพราหมณ์อำมาตย์น้อยใหญ่ฝูงชนทั้งใกล้และไกลเข้าเฝ้ายามใดในองค์พระศาสดา
5.พุทธบริษัททั้งสี่ต่างยินดีมากมายยามใดเห็นพระอานนท์ครั้งใดต่างมีใจเลื่อมใสศรัทธายามเมื่อสนทนาพระธรรมกถาพาให้จิตนิยมยินดีสุขศรีสำราญบานใจในพระธรรมที่อานนท์ได้เทศนาให้ฟังแต่ละครั้งยิ่งฝังใจ
ไม่มีใครเบื่อเมื่อยามอยู่ใกล้มิมีใครหน่ายเมื่อยามอยู่ไกลทุกรายหายสิ้นกังวลอานนท์นี้ควรสดุดีอุปฐากจากใจถวายชีวีแด่ตถาคตทั้งหมอยอมพลีเทิดทูลเกินที่พรรณาใจจริงนั้นยิ่งศรัทธาองค์ธรรมราชาตถาคตมามิมีการหยุดหย่อนอานนท์นั้นจิตแน่นอนไม่ไหวสั่นคลอนในพุทธชินวรทั้งยืนเดินนั่งหลับนอนจิตไม่พลาดขาดตอนอาทรถึงเราตลอดเวลา
6.พระอานนท์นั้นชาวพุทธแทบทุกคนรู้จักชื่อของท่านเป็นอย่างดีแต่ประวัติของท่านนั้นมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักจึงขอเล่าเพียงย่อๆ
ให้ท่านฟังดังต่อไปนี้ พระอานนท์ท่านเป็นพระราชโอรสพระเจ้าสุโพทนะผู้เป็นพระกรรนิตภาดาหรือน้องชายของพระเจ้าสุทโธทนะนั่นเองพูดแบบชาวบ้านก็คือเจ้าชายอานนท์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อพระบรมศาสดาตรัสรู้มานับได้
20 พรรษาจะหาภิกษุใดปฏิบัติรับใช้พระพุทธองค์โดยตรงเป็นประจำนั้นไม่มีมีแต่ผลัดเปลี่ยนเวียนกันปฏิบัติต่อองค์พระชินสีห์ไปตามวาระบางคราวบกพร่อง
บางครั้งปล่อยปละปฏิบัติต่อพระชินวรย่อหย่อนไม่สมบูรณ์เมื่อพระอานนท์ได้บวชแล้วพระภิกษุทั้งหลายมีความเห็นตรงกันว่าพระอานนท์นั้นเหมาะสมที่สุดที่จะรับหน้าที่เป็นพุทธอุปฐากจึงพร้อมใจกันมอบหน้าที่นี้ให้กับท่านพระอานนท์แต่ว่าก่อนที่ท่านพระอานนท์จะมาเป็นพุทธอุปฐากนั้นท่านได้กราบทูลขอพรจากพระบรมศาสดา
8 ประการด้วยกันมีอะไรบ้างจะไม่บอกไว้ ณ ที่นี้ด้วยเกรงจะยืดยาวไป
สรุปว่าพระบรมศาสดาพระราชทานอนุญาตให้ตามที่ท่านทูลขอทุกประการ
พระอานนท์เถระเจ้าได้เข้าปฏิบัติต่อองค์พะศาสดาอย่างมุ่งมั่นสุดความสามารถไม่มีประมาทพลาดพลั้งบกพร่องเผลอผิดแม้แต่นิดเดียวประกอบกับท่านเป็นผู้มีปัญญาจดจำพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงแสดงไว้ทั้งแก่ตนและผู้อื่นได้อย่างแม่นยำมากท่านจึงเป็นผู้ฉลาดในการแสดงธรรมพระพุทธองค์ทรงยกย่องท่านเป็นเอตทัตคคือเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายถึง
5 ประการด้วยกัน คือ เป็นพระหูสูตร เป็นผู้มีสติ เป็นผู้มีคติ
เป็นผู้มีความเพียรและเป็นพุทธอุปฐากในการเมื่อพระพุทธองค์ใกล้จะปรินิพพานท่านพระอานนท์มีความโศรกเศร้าเสียใจอย่างใหญ่หลวงปลีกตัวไปยืนร้องไห้แต่ผู้เดียวพระพุทธองค์ทรงเรียกพระอานนท์มาให้พระโอวาทปลอบโยนหลายประการด้วยกันสุดท้ายพระพุทธองค์ตรัสว่า
ดูก่อนอานนท์เธอจะได้เป็นพระอรหันต์ในวันทำปฐมสังคยานา เมื่อพระบรมศาสดาได้ปรินิพพานแล้วได้
3 เดือน ก็มีการทำปฐมสังคยานา ณ ถ้ำสัตบรรณคูหาข้างเขาเวพารบรรพตใกล้กรุงราชคฤห์ในวันแรกของการทำสังคยานาพระอานนท์เถระเจ้าก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ดังพุทธวาจาที่ตรัสไว้ทุกประการและได้เข้าร่วมประชุมในการทำสังคยานาในครั้งแรกนั้นโดยใช้เวลากระทำอยู่
7 เดือนจึงสำเร็จ ท่านพระอานนท์เถระเจ้าดำรงอายุสังขารอยู่นานได้นับ 120 ปี ท่านพิจารณาเห็นว่าสมควรจะปรินิพพานได้แล้วจึงเหาะขึ้นไปบนอากาศเหนือแม่น้ำโลหินีแล้วได้แสดงธรรมสั่งสอนเทวดาและพระประยูรญาติตลอดจนเหล่าพุทธบริษัทเสร็จแล้วท่านก็ปรินิพพานบนอากาศโดยมีเตโชธาตุคือธาตุไฟเกิดขึ้นมาเองและเผาสรีระของท่านบนอากาศเหนือแม่น้ำโลหินีนี่คือประวัติโดยย่อของท่านพระอานนท์เถระเจ้า
ขอพาท่านเข้าสู่บรรยากาศตอนใกล้ปรินิพพานของพระบรมโพธิญาณต่อไป...
ธรรมเป็นทาน
ข้อความใดผิดตกยกเว้นเพราะยังไม่แตกฉานในพระธรรม